ข้อมูลสังเขป

 

     โรงเรียนมารีวิทย์ เป็นโรงเรียนคาทอลิก ประเภทสหศึกษา เขตพื้นที่การศึกษาชลบุรีเขต3 และกลุ่มโรงเรียนคาทอลิก สังกัดสังฆมณฑลจันทบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 23/1 หมู่ 7 ซอยสัตหีบสุขุมวิทย 51 (เครือนาวี) ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

ประวัติโรงเรียน

     เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ผอ.ชวน กิติเกียรติศักดิ์ ได้ซื้อกิจการโรงเรียนดวงใจการศึกษา จากนางหัทยา สิริธีรสาสตร์ และ เข้ามาดำเนินการโดยมีบาทหลวงบุญยงค์ วรศิลป์ เป็นผู้จัดการ และนายสุรพล อนนตพันธ์เป็นครูใหญ่ เปิดทำการสอนตั้งแต่ก่อนประถมศึกษาถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งขณะนั้นมีนักเรียนชายหญิงจำนวนทั้งสิ้น 178 คนมีครู 11 คน หลังจากที่ได้รับโอน กิจการโรงเรียนแล้วเริ่มมีการปรับปรุงอาคารเรียนจากไม้ชั้นเดียวเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้นเดียวประกอบด้วย ห้องธุรการ 1 ห้อง และห้องเรียนขนาด 6 เมตร คูณ 8 เมตร จำนวน 9 ห้อง พื้นห้องปูกระเบื้อง นอกจากนั้นยังมีการปลูกต้นไม้รอบบริเวณโรงเรียน

 

     ในปี พ.ศ. 2539 ผอ.ชวน กิติเกียรติศักดิ์ ได้เล็งเห้นว่าผู้ปกครองในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ให้ความสนใจในด้านระบบการเรียนการสอนของ โรงเรียน และนำบุตรหลานมาเรียนเพิ่มมากขึ้น คณะผู้บริหารโรงเรียนมีความเห้นว่าต้องขยายห้องเรียนให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียน จึง จึงจำเป็นต้องซื้อที่ดินเพิ่มอีกจำนวน 1 ไร่ 1 งาน เพื่อที่จะสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ และในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2539 ได้ลงมืก่สร้างอาคาร เรียนคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น ชั้นบนเป็นห้องเรียนจำนวน 5 ห้อง ชั้นล่างเป็นโรงอาหาร ห้องครัว ห้องขายของ และห้องปฏิบัติการคอมพิว เตอร์ 1 ห้อง มีเครื่องคอมพิวเตอร์ 1 ห้อง

 

     ในปี พ.ศ. 2540 ผู้ปกครองในเขตพื้นที่อำเภอสัตหีบ ได้นำบุตรหลานมาเรียนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อาคารเรียน
และสถานที่ไม่เพียงพอกับ ปริมาณนักเรียน คณะผู้บริหารจึงตัดสินใจซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นอีก 2 ไร่ 3 งาน 37 ตารางวา
และสร้างอาคารเรียนอนุบาลหลังใหม่

 

     ในปี พ.ศ. 2541 ทางโรงเรียนได้ปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัยมากขึ้น และในปีนี้ก็เหมือนกับว่าเป็น
ปีแห่งการนำเทคโนโลยีเข้ามา ภายในโรงเรียน

 

      ในปี พ.ศ. 2543 โครงการซื้อที่ดินเพื่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ได้ประสบความสำเร็จโดย
นาวาเอกเฉลิมเกียรติ รามสูตร เจ้าของที่ดิน ได้เห็นความสำคัญของการศึกษาจึงตกลงขายที่ดินจำนวน
3 ไร่ 2 งาน 45 ตารางวา ให้กับโรงเรียน หลังจากนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนจึง ดำเนินการให้วิศวกร
และสถาปนิกเขียนแบบ และออกแบบอาคารเรียนหลังใหม่ให้เสร็จโดยไวซึ่งเป็นอาคารเรียน 4 ชั้น
มีห้องเรียนทั้งหมด 36 ห้อง มีห้องคอมพิวเตอร์ 2 ห้อง ห้องธุรการ 1 ห้อง ห้องพยาบาล 1 ห้อง ห้องวิชาการ
ซึ่งปีนี้มีนักเรียนเพิมขึ้นเป็น 1,102 คน ครู 44 คน

 

     ในปี พ.ศ. 2544 ทางโรงเรียนได้เป็นโรงเรียนนำร่องในการประเมินคุณภาพภายนอก จากผลการประเมิน
ปรากฏว่าโรงเรียนมรมาตารฐานทาง ผู้เรียน ด้านครูผู้สอน และด้านผู้บรหารมีคุณภาพอยู่ในระดับดี

 

     ในปี พ.ศ. 2547 ครูใหญ่ สุรพล อนนตพันธ์ ได้ลาออกเพื่อไปประกอบธุรกิจส่วนตัวจึงแต่งตั้งให้
นางหงษ์ทอง มณีขำเป็นครูใหญ่แทน และ ในปีนี้ได้มีการก่อสร้างอาคารเรียนมัธยมเพิ่มอีก
1 หลังเพื่อแยกอาคารมัธยมออกจากประถม มีห้องเรียนทั้งหมด 16 ห้องเรียนซึ่งดำเนินเปิด
ใช้การแล้วในปี พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบัน

 

     ในปี พ.ศ. 2548 ทางโรงเรียนได้นำเนินการก่อสร้างตึกกิจกรรม และสระว่ายน้ำโอลิมปิก 1 สระ
ซึ่งภายในตึกกิจกรรมประกอบด้วย

    • ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงใหญ่
    • ชั้นที่ 2 เป็นโรงอาหาร และ store
    • ชั้นที่ 3 เป็นห้องดนตรีไทย ห้องดนตรีสากล ห้องดุริยางค์ ห้องนาฏศิลป์ ห้องสมุด และห้องโฮมเธียเตอร์
    • ชั้นที่ 4 เป็นหอประชุมขนาดใหญ่รองรับคนได้ประมาณ 1,200 คน

     ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโรงเรียนได้พัฒนาอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องทุกๆด้าน ทั้งด้านบุคลากรและอาคารสถานที่ ปรับปรุงสื่อต่างๆให้ทันสมัย ส่งเสริมด้านคุณธรรม เพื่อให้นักเรียนได้มีระเบียบวินัยมีมารยาทตามวิสัยของวัฒนธรรมไทย ส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม โดยทุกๆ 1 ปี จะมี การจัดเด็กเข้าค่ายจริยธรรม เพื่อให้เด็กมีคุณธรรม มีวินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม จนเป็นที่ประจักษ์แก่สังคม ซึ่งตอนนี้ทางโรงเรียน มารีวิทย์สัตหีบ มีนักเรียนทั้งสิ้น 2,000 คน ครู 100 คน

ในปี พ.ศ. 2552 ได้มีการเรียนภาษาจีน มีครูจีน ทั้งหมด 5 คน

ในปี พ.ศ. 2553 ได้มีการเปิดเรียน ม.4 เป็นปีแรก

ตราสัญลักษณ์ชื่อภาษาอังกฤษของโรงเรียนมารีวิทย์สัตหีบ

     ตรา นี้เป็นเครื่องหมายแสดงเอกลักษณ์ ความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวของพวกเรา ชาวมารีวิทย์
โดยยึดเอาพระแม่มารีย์เป็นองค์อุปถัมภ์ของโรงเรียน ความหมายตราสัญลักษณ์นี้มีความหมายทั้งคติธรรม
และแนวทางที่นำทุกคนไปสู่จุดหมายสูงสุดของการศึกษาในเครือมารีวิทย์ โดยมีองค์ประกอบคือ

 

     โล่ หรือ Coat of Arms ที่อยู่ใจกลางของตราสัญลักษณ์นี้เป็นเครื่องหมายแสดงถึงเกียรติยศ
การยึดมั่นและการดำรงไว้ซึ่งคุณภาพแห่ง วิชาชีพ และศีลธรรม จรรยาตามแบบพระแม่มารีย์
ภายในโล่ยังแบ่งออกเป็น 5 ส่วน คือ

ส่วนที่หนึ่ง พระแม่มารีย์อุ้มพระกุมารเยซู หมายถึง ความรัก
ความเมตตาอาทรอันเปี่ยมล้นของพระแม่ที่แสดงออกมาให้ประจักษ์ในการดูแล
ปกป้อง คุ้มครองและอวยพรลูกๆทุกคนเสมอ

ส่วนที่สอง รัศมีสีขาวที่เปล่งออกมาจากพระแม่มารีย์และพระกุมารเยซู หมายถึง
ฤทธิ์กุศลและคุณธรรมต่างๆ ซึ่งเราต้องฝึกฝนและปฏิบัติ จะได้มีจิตใจ ที่สะอาด
บริสุทธิ์เช่นเดียวกับพระแม่มารีย์

ส่วนที่สาม กางเขนชัยที่อยู่บนสุดของตราสัญลักษณ์ หมายถึงชัยชนะต่อบาป
การนำความรอดสู่มวลมนุย์ขององค์พระเยซูเจ้า และเป็นเครื่องหมายเตือนใจ
ให้มีมานะพากเพียร บากบั่นต่อสู้อุปสรรคปัญหาต่างๆ อย่างไม่ย่อท้อจนได้รับชัยชนะในที่สุด

ส่วนที่สี่ คำว่า Sedes Sapientiae เหนือพระรูปพระแม่มารีย์
(ภาษาลาติน อ่านว่า เซเดส ซาปิเอนซีเอ แปลว่า ที่พำนักแห่งความปรีชาฉลาด
ซึ่งมีนัยหมายถึง พระแม่มารีย์ผู้กอปรด้วยความปรีชา รอบคอบ สุขุม เป็นที่ไว้วางใจ
และเป็นต้นแบบแห่งการเรียนรู้ ที่บรรดาลูกๆ ควรเอาอย่าง

ส่วนที่ห้า ชื่อโรงเรียนมารีวิทย์และพวงมาลัยประดับโล่ เป็นชื่อสถาบันและมาลัย
เกียรติยศที่เตือนใจทุกคนให้กระทำความดีเพื่อเชิดชูและจรรโลงไว้ซึ่งเกียรติยศ
ชื่อเสียงของสถาบันมิให้เสื่อมสลายไป

 

สีประจำโรงเรียน

สีขาว-เขียว

    • สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ที่เกิดจาการฝึกฝนให้มีคุณธรรมมีจริยธรรม มีความซื่อสัตย์ จิตใจจะได้สะอาดบริสุทธิ์
    • สีเขียว หมายถึง มีความสดชื่น มีชีวิตชีวา มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเกิดจากการใช้สติปัญญา
      ฝึกฝนให้มีความอดทน ขยันหมั่นเพียร และมีการเข้มแข็ง

ต้นไม้ประจำโรงเรียน

"ต้นอโศก" เป็นต้นไม้ยืนต้นที่มีการเจริญเติบโตในแนวตั้งตรง ไม่แตกกิ่งก้านสาขา มีใบเรียวแหลมเรียงตัวขึ้นไปแบบเป็น
ระเบียบจนถึงส่วนยอดที่แหลม เปรียบเสมือนกับการเรียนรู้ที่ควบคู่กับคุณธรรม เป็นรากฐานที่มั่นคงไม่มีที่สิ้นสุด